กาฬสินธุ์-ก่อสร้าง 7 ชั่วโคตร เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์เดินหน้ารอบใหม่

ชาวบ้านในจังหวัดกาฬสินธุ์อึ้ง กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ผู้รับจ้างรายใหม่เข้ามาทำงาน โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลัก เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมเมืองแล้ว รอบนี้ 68 ล้านบาท แต่หวั่นใจกลัวทำไม่เสร็จ เนื่องจากงบประมาณเหลือน้อย อีกทั้งตั้งชื่อโครงการ เป็นก่อสร้างที่เหลือและซ่อมแซมบูรณะส่วนที่ชำรุดบกพร่อง ชาวบ้านถามคืออะไร ทั้งที่ต้องสร้างระบบแก้น้ำท่วมทั้งระบบ พร้อมเรียกเงินคืนแผ่นดิน ด้าน สตง.กาฬสินธุ์เร่งตรวจเอกสารโครงการผู้รับเหมาทิ้งงานทั้งหมด 8 โครงการใกล้บทสรุป เตรียมเรียกผู้รับจ้างทิ้งงาน 2 หจก. ชี้แจงเร็วๆนี้

 

วันที่ 3 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ในจุดก่อสร้างโครงการสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ ที่สร้างผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ให้กับประชาชนอย่างแสนสาหัส เพราะปัญหาผู้รับจ้างทิ้งงานตั้งแต่ปี 2562 เริ่มได้รับการแก้ไขบางปัญหา รายงานแจ้งว่าที่บริเวณถนนผังเมือง 2 ชุมชนหนองเรือ-หัวคู เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และบริเวณ 5 แยกโรงเรียนอนุกูลนารี ชาวบ้านพากันแตกตื่นดีใจเนื่องจากได้มีผู้รับเหมานำเครื่องจักรกลหนักเข้ามาทำงาน โดยได้เริ่มที่การจุดเจาะท่อระบายน้ำ และจากการสอบถามทราบว่าเป็นผู้รับจ้างรายใหม่นี้ ก็ได้ที่ทำสัญญากับกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยมาแล้ว เป็นโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลัก เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมเมือง ที่ได้นำเครื่องจักรเข้าพื้นที่และเริ่มลงมือทำงานมาแล้ว 7 วัน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อเท็จจริงจาก โยธาธิการและผังเมือง จ.กาฬสินธุ์ ทราบว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้ทำการประกวดการจัดซื้อจัดจ้างและมีการประกาศผลการประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ (ส่วนที่เหลือและซ่อมแซมบูรณะส่วนที่ชำรุดบกพร่อง) จำนวน 1 โครงการ งบประมาณ 68,034,000 บาท (เดิมงบประมาณ 148,200,000 บาท ดำเนินการก่อสร้างโดย หจก.ประชาพัฒน์ เริ่มต้นสัญญา 19 เม.ย.62 สิ้นสุดสัญญา 21 พ.ย.65 เบิกจ่าย 80,166,000 บาท ก่อนที่จะมีการทิ้งงานไป และถูกกรมโยธาฯขึ้นแบล็คลิสต์เป็นผู้รับจ้างทิ้งงาน และกรมบัญชีกลางประกาศเวียนเป็นผู้ทิ้งงานหมดสิทธิ์ทำงานกับภาครัฐในทุกกรณี)

การได้ผู้รับจ้างรายใหม่ เป็นการประกวดราคา โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ 333/2567 ลงวันที่ 26 กันยายน 2567 ผู้เสนอราคาที่ชนะการเสนอราคา ได้แก่ บริษัท สินเจริญสนม จำกัด ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาเป็นเงินทั้งสิ้น 67,353,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวง ซึ่งต่ำกว่าเงินงบประมาณ 681,000 บาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 1 ประกาศ ณ วันที่ 10 มกราคม 2568 โดยสัญญาระหว่างเดือน มีนาคม 2568-ตุลาคม 2569 ห้วงระยะเวลาทำงาน 600 วัน

นายดำรงศักดิ์ สง่าวงษ์ ข้าราชการบำนาญ ตัวแทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากความเดือดร้อน กล่าวว่า ตนและเพื่อนบ้านรู้สึกดีใจ ที่กรมโยธาฯ ได้ผู้รับจ้างรายใหม่มาทำงานต่อ หลังจากที่ร้องเรียนมาแล้วหลายครั้ง และมีผู้หลักผู้ใหญ่หลายหน่วยงานมาลงพื้นที่หลายคณะ ทั้งคณะธรรมาภิบาล จ.กาฬสินธุ์, ปปท.-ปปช., สตง, รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1, จนมาถึง ดร.ฉลาด ขามช่วง ประธาน กมธ.ปปช.สภาผู้แทนฯ จนกระทั่งมีวันนี้ ก็ถือเป็นการสิ้นสุดการรอคอย ที่มีผู้รับจ้างรายใหม่มาทำงานต่อ แต่ก็ยังไม่สบายใจ เพราะรู้สึกวิตกกังวล เนื่องจากการสังเกตการณ์ผู้รับจ้างรายใหม่มาลงมือทำงาน จะทำการปรับปรุงซ่อมแซมพื้นที่ที่มีสภาพเป็นหลุมบ่อ และทำการฝาปิดท่อระบายน้ำเท่านั้น ส่วนบางจุดและหน้าบ้านของเพื่อนบ้าน ที่ผู้รับจ้างรายเดิมทำทิ้งเอาไว้ เกิดแตกร้าวและทรุดตัว ผู้รับจ้างกลับไม่ยอมซ่อมแซมแก้ไข ทั้งนี้ ตนได้แจ้งปัญหาแล้ว แต่ผู้รับจ้างก็ไม่แก้ไขให้ หากมาทำงานจริง ก็ควรจะแก้ไขจุดที่เสียหายบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้เรียบร้อยด้วย อีกทั้งในจุดที่พังเสียหาย ควรที่จะทำรื้อทำใหม่ให้เรียบร้อย เพราะปัญหาก็จะไม่จบ อาจจะเกิดท่อระบายน้ำอุดตัน ถนนทรุด และอุบัติเหตุ เหมือนเดิม

ด้านแหล่งข่าวแจ้งว่า การได้ผู้รับจ้างเข้ามาทำงานถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เพราะชาวบ้านรอคอยมานานกว่า 6 ปี แต่การทำงานควรที่จะมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประชาชนได้สบายใจ เพราะโครงการนี้คือโครงการพัฒนาเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ปี 2562 งบประมาณ 148,200,000 บาท ที่ถูกผู้รับจ้างทิ้งงาน และเบิกจ่ายไปแล้ว 80,166,000 บาท ประเด็นอยู่ที่การนำผู้รับจ้างรายใหม่มาทำงานด้วยงบประมาณ 68,034,000 บาท ที่เหลืออยู่ ในชื่อโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ (ส่วนที่เหลือและซ่อมแซมบูรณะส่วนที่ชำรุดบกพร่อง) ตรงที่วงเล็บคือสิ่งสำคัญที่ประชาชนทุกคนเป็นกังวล จะต้องร่วมกันตรวจสอบ

เนื่องจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบรู้กันว่า ก่อนที่จะถูกประกาศเป็นผู้รับจ้างทิ้งงาน โครงการนี้ มีการอนุมัติให้เบิกเงินไปกว่า 80 ล้านบาท แต่สภาพการก่อสร้าง ภาพรวมความก้าวหน้า กรมโยธาธิการฯ ยังไม่มีคำตอบเลยว่าก่อสร้างไปถึงไหนอย่างไร เงินกว่า 80 ล้านบาท ทำอะไรไปบ้าง เพราะทุกครั้งที่ฝนตกน้ำก็ท่วมขัง อีกทั้งการก่อสร้างต้องมีการก่อสร้างอาคารชลศาสตร์ 2 แห่งนั้นคืออะไร ตั้งอยู่ที่ไหน แล้วงบที่นำมา 68,034,000 บาท จึงไม่ใช่เป็นการก่อสร้างส่วนที่เหลือหรือซ่อมแซมบูรณะส่วนที่ชำรุดบกพร่อง เพราะระบบท่อก็ยังไม่มีการเจาะหรือเชื่อมต่อไปยังแหล่งน้ำที่จะระบายปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา จึงควรที่จะเปิดเวทีให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้เข้าไปสอบถามและติดตาม อีกทั้งก็ต้องการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งดำเนินการฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากการก่อสร้างคืนทั้งหมดด้วย

ด้านแหล่งข่าว สตง.กาฬสินธุ์ แจ้งว่า ถึงแม้กรมโยธาฯ จะได้ผู้รับจ้างรายใหม่เข้ามาก่อสร้างแล้ว ผู้รับจ้างรายเดิมก็ยังจะต้องถูก สตง.ดำเนินการตรวจสอบต่อไปตามขั้นตอน ขณะนี้ถึงการตรวจสอบเอกสารทั้งหมด 8 โครงการ ที่ได้รับจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ทั้งในส่วนของการตรวจสอบการบริหารสัญญา การเบิกเงินตามงวดงาน ได้เร่งทำการตรวจสอบอย่างละเอียด รัดกุมมาแล้วเกือบ 1 เดือน และใกล้ถึงบทสรุปแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นในส่วนของการเรียก ผู้รับจ้างรายเดิม มาชี้แจงตามลำดับก่อนที่จะส่งผลไปยัง ปปช. ต่อไป

 

404 Not Found
404
Sorry, the page you visited does not exist.
It may be that the access link is wrong or the file does not exist.