นราธิวาส – กรมทางหลวงจัดประชุมเปิดพื้นที่ฟังเสียงสะท้อนชาวบ้านในพื้นที่ปัตตานี

นราธิวาส – กรมทางหลวงจัดประชุมเปิดพื้นที่ฟังเสียงสะท้อนชาวบ้านในพื้นที่ปัตตานี

ปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 42 กับทางหลวงหมายเลข 4356 (แยกบานา) เพื่อความสะดวกสบายในการสัญจรเพิ่มขึ้น และประสิทธิภาพโครงข่ายเส้นทางในการเดินทางล่องใต้ให้กับประชาชนในอนาคต
ที่หอประชุม อบจ.ปัตตานี นายสมัคร เลือดวงหัด ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปัตตานี เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการ(การประชุมสัมมนา ครั้งที่ 1) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสํารวจและออกแบบทางแยกต่างระดับ จุดตัดทางหลวงหมายเลข 42 กับทางหลวงหมายเลข 4356 (แยกบานา) และตัดถนนรามโกมุท เพื่อนําเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการ แผนการศึกษา และแผนการดําเนินงาน และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการพัฒนาโครงการ พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการศึกษาของโครงการฯ จากทุกภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 67

ทางหลวงหมายเลข 42 เป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักสําคัญ ที่เชื่อมโยงภาคใต้ตอนล่างเข้าไว้ด้วยกัน โดยปัจจุบันทางหลวงหมายเลข 42 ช่วงที่พาดผ่านจังหวัดปัตตานี มีชุมชนที่ประชาชนอาศัยอยู่กันหนาแน่น มีสถานที่สําคัญ เป็นพื้นที่ธุรกิจและท่องเที่ยวสําคัญ ขณะเดียวกันยังมีจุดตัดทางแยกใกล้กันจํานวน 2 จุดตัด ทําให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างมากโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน เกิดความไม่สะดวกและล่าช้าในการเดินทาง รวมถึงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้นจึงจําเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 42 ในช่วงดังกล่าวและโครงข่ายทางหลวงใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน

กรมทางหลวง จึงได้ดําเนินการว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท วิศวกร 31 จํากัดบริษัท อินฟรา พลัส จํากัด บริษัท เคพีเอ็มอี จํากัด และบริษัท สิ่งแวดล้อมสยาม จํากัด ดําเนินการศึกษาโครงการฯ เพื่อสํารวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจร ตลอดจนจัดเตรียมเอกสารข้อมูลประกอบการประกวดราคาและประเมินราคา และเพื่อศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับโครงการตามประกาศกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและดําเนินการด้านการมีส่วนร่วมกับประชาชน ในพื้นทีโครงการจำนวน 11 หมู่บ้าน 3 ตำบล(บานา ตะลุโบะ ตันหยงลุโละ) โดยมีระยะเวลาการศึกษา ตั้งแต่ 26 มิ.ย.67-18 ก.ย. 68 รวม 450 วัน

สําหรับพื้นที่โครงการฯ อยู่ที่ทางหลวงหมายเลข 42 ช่วงกิโลเมตรที่ 107+777 (แยกบานา) ถึงกิโลเมตรที่ 107+173 หรือช่วงแยกรามโกมุท ตั้งอยู่ในเขตตําบลบานา อําเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยมีแนวคิดในการแก้ปัญหาเบื้องต้นของทางแยกให้เหมาะสมและสอดคล้องกับหลักวิศวกรรม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด เช่น ทางแยกระดับดิน สะพานต่างระดับข้ามทางแยก วงเวียน การติดตั้งไฟสัญญาณจราจร เป็นต้น เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดและเพิ่มประสิทธิภาพของโครงข่ายทางหลวงใกล้เคียง ให้ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รวมทั้งเป็นการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจการค้า การลงทุนการท่องเที่ยวและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนอีกด้วย

นายสมัคร เลือดวงหัด ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปัตตานี กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 60 ถึงปัจจุบันของปัตตานี ได้มีการศึกษาหลายโครงการ เพื่อให้มีความสมบูรณ์แบบ สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของพี่น้องในพื้นที่ “ปัตตานีโชคดีที่ได้ถนนสี่เลน อานิสงค์มาจากทางหลวงสาย 418 ซึ่งกรมทางหลวงกำหนดโครงข่ายในชายแดนใต้และการเสนอของพี่น้องประชาชน องค์ประกอบของโครงการเพื่อความสะดวก ปลอดภัย ความเจริญและสอดคล้องกับพื้นที่ ให้ความมั่นใจว่ากรมทางหลวงได้รับการผลักดันจากกระทรวงมหาดไทยและนักการเมืองในพื้นที่ได้นำเสนอไปบยังกรมทางหลวง เป็นการคมนาคมในอนาคตที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของปัตตานีได้เป็นอย่างดี โดยให้บริษัทที่ปรึกษานำข้อมูลไปออกแบบได้ตรงใจพี่น้องในพื้นที่มากที่สุด”“เราศึกษาด้านวิศวกรรมจราจร การมีส่วนร่วมของประชาชน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มาสรุปความก้าวหน้าเพื่อให้ได้โครงการที่ดีต่อพี่น้องมากที่สุด โดยมีการรับฟังความคิดเห็น 5 ครั้ง ประชุม 5 ครั้ง ซึ่งถนนเส้นนี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่รองรับการจราจรของปัตตานี คนที่รู้ดีที่สุดคือในพื้นที่ มีขอบเขตการสำรวจ การประกวดราคา การประเมินราคาค่าก่อสร้าง ว่าคุ้มค่าหรือไม่ โดยเริ่มจากหน้าห้างอาเซียนมอลล์ สิ้นสุดที่แยกมัสยิดกรือเซะ” นายโอสธี เรืองสว่าง ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม กล่าว

นายธีรวีร์ ปาติปา ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม บอกถึงความต่อเนื่องของโครงการนี้ที่มาจากทางแยกต่างระดับตะลุโบะ ในด้านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมขั้นรายละเอียด(EIA) ว่า “โครงการจัดการศึกษาด้านกายภาพ ชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ คุณค่าต่อคุณภาพชีวิต นำข้อคิดเห็นมากำหนดเป็นมาตรการแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้วยปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม 37 ปัจจัย รวบรวมเสนอต่อผู้ขำนาญการต่อไป ทำเป็นระยะๆ 5 ครั้ง โดยพื้นทีไม่อยู่ในเขตห้ามล่า ชายทะเล หากอยู่ในเขตโบราณสถาน 5 แห่ง มีแผนการเก็บตัวอย่าง น้ำ อากาศ ต้นไม้ ฝุ่น pm2.5 การสั่นสะเทือนของเครื่องจักร เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของพี่น้องในพื้นที่มากที่สุด”

สำหรับแนวทางการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการให้ข้อมูลข่าวสาร ปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกลุ่มเป้าหมาย 7 กลุ่มคือ กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ กลุ่มหน่วยงานผู้รับผิดชอบจัดทำรายงาน EIA กลุ่มหน่วยงานที่ทำหน้าที่พิจารณา EIA หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม/พัฒนาเอกชน/สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจโครงการ

โดยมีการประชุมปฐมนิเทศโครงการ(สัมมนา ครั้งที่ 1) ก.ย. 67 ประชุมกำหนดรูปแบบทางเลือก(กลุ่มย่อยครั้งที่ 1) ต.ค. 67 สรุปผลการคัดเลือกรูปแบบ(สัมมนาครั้งที่ 2) ม.ค. 68 หารือ มาตรการลดผลกระทบ(กลุ่มย่อยครั้งที่ 2) พ.ค. 68 และสรุปผลการศึกษาโครงการ(สัมมนา ครั้งที่ 3) สำหรับข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมสัมมนา“กังวลเสียงจากการก่อสร้าง รวมทั้งพื้นที่โรงเรียนที่อยู่ต่ำที่มีน้ำท่วมขัง ให้ศึกษาว่าจะช่วยแก้ไขในจุดเหล่านี้ได้ยังไงบ้าง” นางรัตนา ณ ปัตตานี ผู้อำนวยการ รร.ชุมชนบ้านกรือเซะ เสนอข้อห่วงใย

ด้าน ปลัด อบต.ตันหยงลุโละ บอกถึงความคุ้มค่าของโครงการและเห็นด้วยกับการออกแบบแบบที่ 1 รวมทั้งควรออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โดยยกระดับเป็นการเปิดพื้นที่การท่องเที่ยว

นายรอสดี เงาะ นายก อบต.บานา กล่าวถึงความคุ้มทุนและความสะดวกแก่พี่น้องในพื้นที่และสังคม ลดและแก้ปัญหาการจราจรที่มีอยู่ให้หมดไปภายหลังการประชุมครั้งนี้ กรมทางหลวง จะรวบรวมข้อมูลความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนนํามาพิจารณาประกอบการศึกษาและออกแบบรายละเอียดของโครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะดําเนินการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์รายละเอียดข้อมูลโครงการไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่โครงการได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการฯ ได้ที่ เว็บไซต์www.ทางแยกต่างระดับบานา-รามโกมุท.com และ แฟนเพจเฟซบุ๊ก : ทางแยกต่างระดับบานา-รามโกมุท

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

404 Not Found
404
Sorry, the page you visited does not exist.
It may be that the access link is wrong or the file does not exist.